Data-Driven Business
ธุรกิจส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองขายได้เท่าไหร่เมื่อวานนี้ แต่มีน้อยมากที่รู้ว่าจะขายได้เท่าไหร่ในเดือนหน้า ความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้คือความแตกต่างระหว่างการ “ตามดูข้อมูล” กับการ “ใช้ข้อมูลนำทางธุรกิจ” SAP Business One มีข้อมูลทางธุรกิจสะสมอยู่มหาศาล และเมื่อนำมาใช้อย่างถูกวิธี สามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นการพยากรณ์ยอดขายที่แม่นยำและช่วยให้ธุรกิจวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Data-Driven Business คืออะไร?
Data-Driven Business คือแนวทางการบริหารธุรกิจที่ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจทุกระดับ แทนที่จะพึ่งพาความรู้สึก ประสบการณ์ส่วนตัว หรือการคาดเดา องค์กรที่ทำงานแบบ Data-Driven จะวิเคราะห์รูปแบบจากข้อมูลในอดีต ระบุแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น และนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาใช้วางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจกว่าเดิม
ข้อมูลใน SAP B1 ที่ใช้พยากรณ์ยอดขายได้
SAP Business One เก็บข้อมูลทางธุรกิจไว้ครบถ้วนในระบบเดียว ซึ่งล้วนมีประโยชน์สำหรับการพยากรณ์ยอดขายทั้งสิ้น ได้แก่
ข้อมูลยอดขายย้อนหลังรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน แยกตามสินค้า ลูกค้า ทีมขาย และภูมิภาค ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เช่น ความถี่ในการสั่งซื้อ มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ และรูปแบบการซื้อซ้ำ ข้อมูล Pipeline การขายที่แสดงโอกาสทางการขายที่อยู่ในกระบวนการปิดดีล รวมถึงข้อมูลสินค้าคงคลังที่สะท้อนความต้องการของตลาดในช่วงเวลาต่างๆ
4 ขั้นตอนการพยากรณ์ยอดขายด้วยข้อมูลจาก SAP B1
- ดึงข้อมูลยอดขายย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน
เริ่มต้นด้วยการดึงรายงานยอดขายย้อนหลังจาก SAP B1 อย่างน้อย 12 เดือนขึ้นไป เพื่อให้เห็น Seasonal Pattern ที่ชัดเจน เช่น ธุรกิจของคุณขายดีช่วงไหนของปี มีเดือนไหนที่ยอดขายตกเป็นประจำ หรือมีเหตุการณ์พิเศษอะไรที่ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ
ใน SAP B1 ให้ไปที่ Sales Analysis Report แล้วกรองข้อมูลตามช่วงเวลาและมิติที่ต้องการ เช่น แยกตามสินค้า ลูกค้า หรือพนักงานขาย - วิเคราะห์ Sales Pipeline
SAP B1 มีระบบ CRM ที่ติดตามโอกาสทางการขายทุกรายการ ให้ดูรายงาน Opportunities Pipeline เพื่อประเมินว่ามีดีลที่กำลังอยู่ในกระบวนการปิดการขายมูลค่าเท่าไหร่ และแต่ละดีลมีความน่าจะเป็นในการปิดสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ การนำมูลค่าดีลคูณกับความน่าจะเป็นจะให้ตัวเลข Weighted Pipeline ที่ใช้พยากรณ์รายได้ในอีก 30 ถึง 90 วันข้างหน้าได้อย่างมีเหตุผล - ระบุ Top Customers และ Buying Pattern
ลูกค้า 20% มักสร้างรายได้ถึง 80% ของยอดขายทั้งหมด SAP B1 ช่วยให้ระบุกลุ่มลูกค้าสำคัญเหล่านี้ได้ง่าย และวิเคราะห์รูปแบบการซื้อของพวกเขาได้ละเอียด เช่น ลูกค้ารายนี้สั่งซื้อทุกกี่วัน มูลค่าเฉลี่ยเท่าไหร่ และช่วงไหนที่เขามักสั่งซื้อมากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยพยากรณ์รายได้จากลูกค้าประจำได้แม่นยำกว่าการดูยอดขายรวมอย่างเดียว - สร้าง Forecast Model และติดตามความแม่นยำ
เมื่อมีข้อมูลครบแล้ว ให้สร้างตัวเลขพยากรณ์โดยผสมผสานข้อมูลทั้ง 3 แหล่ง ได้แก่ ยอดขายในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บวกกับ Weighted Pipeline ในปัจจุบัน และปรับด้วย Seasonal Factor ที่วิเคราะห์ได้
ที่สำคัญกว่าการสร้าง Forecast คือการติดตามความแม่นยำทุกเดือน เมื่อยอดขายจริงออกมา ให้เปรียบเทียบกับที่พยากรณ์ไว้ แล้วนำส่วนต่างมาปรับปรุงโมเดลให้แม่นยำขึ้นในเดือนถัดไป SAP B1 ช่วยให้กระบวนการนี้ทำได้อย่างเป็นระบบเพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่ในที่เดียวกัน
เมื่อทราบล่วงหน้าว่ายอดขายเดือนหน้าจะเป็นเท่าไหร่ ธุรกิจสามารถวางแผนการสั่งซื้อสินค้าให้เหมาะสมโดยไม่มีสต็อกเกินหรือขาด จัดสรรกำลังคนในทีมขายให้ตรงกับโอกาสที่มี วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น และตั้งเป้าหมายทีมขายได้อย่างสมเหตุสมผลบนพื้นฐานข้อมูลจริง
สรุป
การพยากรณ์ยอดขายไม่ใช่เรื่องของการเดาหรือการใช้ความรู้สึก แต่คือกระบวนการที่มีหลักการและทำได้จริงเมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน SAP Business One ให้ข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นอยู่แล้วในระบบ สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือเริ่มนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อย่างเป็นระบบ และทำอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ธุรกิจที่ทำได้จะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ยังบริหารแบบ Reactive อยู่อย่างมีนัยสำคัญครับ
อ่านข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่: News & Updates
อ่านข้อมูลอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่: เว็บไซต์กรมสรรพากร (e-Tax Portal)